[SF] Lovely Soul [EnD]

posted on 09 Dec 2009 17:23 by 7137  in KyuMin

 หลังจากที่ห่างหายจากที่นี้ไปนาน เพราะว่าสุงสิงกับบอร์ดที่ช่วยๆพี่ๆคนอื่นดูแล แล้วก็เรื่องเ้ข้ามหาวิทยาลัย

ตอนนี้ก็กลับมาแล้ว และจะพยายามเข้ามาเรื่อยๆนะค่ะ ยังไงก็ฝากติดตามกัน ถ้าคนที่ยังแวะเข้ามา ฮ่าฮ่า เอาเป็นว่ากับเรื่องนี้ เอนจอยนะค่ะ

 

Title :Lovely Soul
Author : Only13*KyUMiN* Or Astusa Or Only13wizkyumin
Rate : PG13
Note : เป็นเรื่องของวิญญาณสุดแสนน่ารัก กับชายหนุ่มผู้มองเห็นวิญญาณอย่างไม่คาดคิด ฮ่าฮ่า ลองอ่านกันนะค่ะ


    โดดเดี่ยวเดียวดาย

    ว่างเปล่า
    
    ไม่เคยอยู่ในสายตาใคร
    
    เป็นเหมือนอากาศที่คนรอบตัวไม่เคยแคร์

    มันอ้างว้างเกินกว่าจะทน



    ดวงตาสีนิลมองภาพคนสวยที่เอาแต่จ้องตู้เค้กในร้านเบเกอร์รี่ มือบางทาบลงที่กระจกหน้าร้านพร้อมกับดวงตากลมโตที่จดจ้องขนมน่าทานภายในตู้นั้น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันก่อนที่ร่างบางนั้นจะตัดใจกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้คนมองตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปในร้านขนมนั้นทั้งที่ตัวเองไม่ได้พิศมัยอะไรพวกนี้ เงินที่มีติดตัวถูกควักออกมาซื้อของให้แก่คนแปลกหน้าที่ตัวเองไม่รู้จักสักนิด
    "อะ หิวใช่มั้ย"เสียงทุ้มที่เอ่ยพร้อมกับมือใหญ่ที่ยื่นกล่องเค้กให้คนสวยนั้นทำเอาดวงตากลมเบิกกว้าง รอยยิ้มหวานที่ได้รับทำเอาจังหวะหัวใจเต้นถี่อย่างไม่เคยเป็น
    "คุณมองเห็นผม"แต่คำถามตอบกลับนั้นทำเอาอัตราถี่หัวใจดิ่งลงสู่ขีดสุด ใบหน้าหล่อหันเข้ากระจกใสทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น เงาที่สะท้อนมีเพียงเงาของตัวเองทั้งที่หันกลับมามองกี่ที เค้าก็ยังเห็นเด็กหนุ่มร่างบางที่ใส่เครื่องแบบเหมือนของเค้า
    "ผะ..ะ ผี"ริมฝีปากอิ่มเปล่งคำนั้นออกมาอย่างยากลำบาก ไม่ใช่ว่ากลัวแต่ตกใจที่ได้เจอกับตัวอย่างนี้ ทั้งที่เคยคิดว่าสิ่งพวกนี้ไม่มีจริง
    "ช่างเถอะฮะ ยังไงก็ไม่มีคนที่ไหนอยากอยู่ใกล้วิญญาณอย่างผม"เห็นท่าทีตอบรับของอีกคน ร่างบางก็หันหลังกลับด้วยความสลด กี่รายต่อกี่รายแล้วที่เห็นเค้าแล้วโวยวายด้วยท่าทีหวาดกลัว จะมีใครเข้าใจบ้างมั้ยว่าเวลาที่เราเป็นคนไร้ตัวตนมันเจ็บปวดแค่ไหน ไม่มีใครที่เห็นเราในสายตาเลย
    "นี่ ฉันจะช่วย ฉันจะช่วยให้นายไปเกิด"
    "จริงนะฮะ ใจดีที่สุดเลย"คำพูดของคนหล่อนั้นทำเอาใบหน้าหวานสดใสอย่างที่ไม่เคยเป็น เจ้าตัวไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่มาวนเวียนแถวนี้ ไม่รู้ว่าเป็นอย่างนี้ได้ยังไง เค้าดีใจมากที่จะมีคนมาช่วยเค้าจากความทรมานนี้สักที
    "วิญญาณที่ไม่ไปเกิดน่ะ ส่วนใหญ่ต้องมีเรื่องที่ค้างคาในใจใช่มั้ย ฉันจะช่วยนายแล้วกัน"ว่าไปส่งๆเพราะเป็นคนทิ้งขว้างใครไม่ลง แถมแม่เค้ายังใจบุญถ้ารู้ว่าลูกเห็นวิญญาณแล้วไม่ช่วยมีหวังโดนด่าเปิง
    "ขอบคุณครับ ..คุณ..."
    "ฉันคยูฮยอน ว่าแต่นายชื่ออะไรล่ะ"แนะนำตัวเองเสร็จคยูฮยอนก็รีบเก็บข้อมูลแรกที่จะใช้ช่วยคนตรงหน้า
    "ผม.ม.ม ผมไม่รู้"คำตอบที่ได้รับทำเอาคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน มือใหญ่ยกขึ้นทึ้งหัวตัวเองพร้อมกับคำบ่นที่ทำเอาอีกคนได้แต่มองตาแป๋ว    
    "โอ้ยยย เวงเอ๊ย วิญญาณความจำเสื่อมแล้วจะช่วยยังไงวะกู"
    "แม่ค่ะ พี่คนนั้นพูดคนเดียวล่ะ"ท่าทีของคนหล่อที่โวยวายคนเดียวนั้นทำเอาเด็กน้อยที่เดินมากับคุณแม่ชี้นิ้วเหมือนประณาม คนถูกพาดพิงหันมองเจ้าของเสียงนั้นก่อนจะรีบทำตัวปกติเหมือนชาวบ้านทั่วไป    
    "อย่าไปยุ่งกับเขาลูก เขาสติไม่ดี"คำบอกของคนเป็นแม่นั้นทำเอาร่างสูงเบ้หน้าอย่างไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะให้ไปบอกว่าคุยกับวิญญาณอยู่ไม่ได้คุยคนเดียว ก็ยิ่งดูบ้าหนักไปกว่าเก่าอีก
    "นายตามฉันกลับไปบ้าน คุยที่นี้ฉันจะโดนสังคมประณามเพราะช่วยนายนี่ล่ะ"กัดฟันพูดอย่างเจ็บใจ ขายาวก็สาวไปตามทางเดินเพื่อพาตัวเองกลับไปยังบ้าน


    เดินประมาณ 10 นาที สองคน ไม่ใช่สิ หนึ่งคนกับหนึ่งวิญญาณก็มาถึงบ้านจัดสรรหลังพอเหมาะ คนหล่อถอดรองเท้าไว้ที่ตู้ก่อนจะพาแขกที่คนอื่นมองไม่เห็นขึ้นไปยังห้องของตน
    "~น่ารักจังเลย~"เสียงหวานที่โพล่งขึ้นเมื่อเจ้าตัวก้าวเข้ามาในห้องสีเข้มอ่อนของเจ้าของบ้านนั้นทำเอาคนหล่อหันมองอย่างตกใจ ยิ่งมือบางนั้นลูบไล้แถวๆเตียงที่ว่างเปล่าเจ้าตัวยิ่งสงสัยเป็นการใหญ่
    "ทำอะไรน่ะ?"
    "คุณคยูฮยอนเคยเลี้ยงกระต่ายเหรอฮะ เขาน่ารักมากเลย ชื่ออะไรนะ? มินนี่เหรอ น่ารักจัง"ถามเจ้าของห้องไม่รอคำตอบ คนสวยก็คุยกับอากาศอีกครั้ง นั้นทำเอาดวงตาสีนิลกระตุกวูบ
    "มินนี่เหรอ"ชื่อสัตว์เลี้ยงแสนรักที่เคยเลี้ยงนั้นทำเอาคนหล่อมองใบหน้าหวานไม่ละสายตา เห็นรอยยิ้มกับท่าทีเหมือนเอ็นดูอะไรสักอย่างในมือ ทั้งที่เค้าเห็นแต่อากาศ คยูฮยอนก็เดินไปนั่งข้างๆคนสวยนั้น
    "อ๊ะ.. อย่านั่งนะครับ จะทับหางมินนี่"เงยหน้าเตือนอีกคนที่กำลังจะหย่อนก้นนั่งทับเพื่อนตัวน้อยในมิติวิญญาณเหมือนกัน ร่างบางก็ยิ้มหวานแล้วกลับมาสนใจสัตว์น้อยอีกครั้ง
    "งั้นนายก็เล่นกับมินนี่ไปก่อนแล้วกัน ฉันจะไปอาบน้ำ แล้วจะมาคิดว่าจะช่วยนายได้ยังไง"บอกเท่านั้นร่างสูงก็หิ้วผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้ร่างบางนั่งเล่นกับกระต่ายน้อยที่ตัวเองเห็นต่อไป


    "แม่ฮะ ผมมีเรื่องจะถาม"หลังจากที่อาบน้ำเสร็จคยูฮยอนก็ตึงตังลงมาจากชั้นสองของบ้าน ร่างสูงใหญ่กระโจนเข้ากอดแม่ที่กำลังเตรียมโต๊ะอาหารไม่อายสายตาของวิญญาณคนสวยที่มองตามมาแล้วอมยิ้มกับความน่ารักนั้น
    "อะไรกันจ้ะลูก ปกติไม่อ้อนแม่อย่างนี้นี่"คำถามจากคนเป็นแม่นั้นทำเอาคนหล่อพองลมเข้าแก้ม มือที่แสนอ่อนโยนจึงลูบไล้ที่เรือนผมของลูกเบาๆเหมือนจะง้อ
    "มีอะไรก็ว่ามาสิ"
    "คืองี้ครับ ถ้าผมเจอวิญญาณที่จำความไม่ได้ แล้วไม่ไปเกิดซะที ผมจะช่วยยังไงได้บ้างอ่ะครับ"เมื่อลูกถามจบดวงตาที่แสนอ่อนโยนของคนเป็นแม่ก็เงยมาสบกับใบหน้าหวาน ร่างบางสะดุ้งเมื่อเห็นดวงตานั้นจับจ้องที่ตัวเอง แต่คิดอีกทีไม่มีใครที่มองเห็นเค้าซะหน่อย คงจะเหม่อเสียมากกว่าเพราะมีร่างสูงนั้นที่มองเห็นเค้าคนเดียว
    "ก็ต้องหาว่าเขาเป็นใครไงจ้ะ หาจากอะไรง่ายๆ อย่างทำงานที่ไหน เรียนที่ไหน แล้วก็ตายยังไง ครอบครัวเป็นยังไง"คำตอบนั้นทำเอาคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอีกครั้ง เรื่องพวกนั้นเค้าจะไปรู้ได้ยังไง
    "อ๊ะ .. ขอบคุณนะครับแม่"หวนมานึกอีกที คยูฮยอนก็นึกได้ว่าคนสวยนั้นใส่ชุดนักเรียนโรงเรียนเดียวกับเค้า เมื่อคิดได้ดังนั้นจมูกโด่งก็กดเข้าที่ข้างแก้มคุณแม่คนสวยซ้ายขวาก่อนที่จะวิ่งตึงตังขึ้นบ้านไป ทำเอาคนเป็นแม่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา    
    "อะไรกันนะลูกเรา"
    

    เมื่อได้คำบอกใบ้ของแม่อีกหนึ่งข้อ คนหล่อก็วิ่งขึ้นบ้านมาที่ห้องตัวเอง มือใหญ่คว้าโทรศัพท์มือถือที่นอนนิ่งบนโต๊ะเขียนงานมากดเบอร์เพื่อนที่รอบรู้ทุกเรื่องในโรงเรียน จะบอกว่าสอดรู้สอดเห็นทุกเรื่องก็ไม่ผิด
    "เฮ้ย ไอ้เยซอง กรูมีเรื่องจะถาม"เมื่ออีกฝ่ายรับสายคนมีเรื่องจะถามก็ไม่รีรออะไร เสียงทุ้มเอ่ยถามไปทันทีที่ได้ยินเสียงตอบรับจากปลายสายของเพื่อน
    'อะไรวะไอ้คยู ร้อยวันพันปีจะโทรหากรูก่อน'
    "คืองี้ กรูอยากรู้ว่าโรงเรียนเรามีเด็กที่เพิ่งเสียชีวิตไปไม่นานมั้ย ประมาณสักสองสามเดือนอ่ะ"
    'ทำไมถามเรื่องนี้วะ'คำถามของเพื่อนทำเอาอีกคนอดสงสัยไม่ได้ ก็ปกติคยูฮยอนมันยุ่งเรื่องคนอื่นที่ไหนกัน อยู่ดีๆมาถามมันแปลกนะ
    "เอาเหอะ ตอบมา"
    ไม่มีหรอก มีแต่ประสบอุบัติเหตุยังไม่ฟื้น
    "เหรอ"คำตอบที่ได้ทำเอาใบนหน้าคมออกอาการเซ็งนิดๆ ถ้าอย่างนั้นวิญญาณคนสวยที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่เด็กโรงเรียนเค้างั้นเหรอ
    'มีอะไรอีกมั้ย กรูกำลังยุ่ง'
    "อืมๆ ไม่กวนล่ะ ขอบใจนะ"เมื่อไม่รู้จะสาวถามความอะไรต่อ คยูฮยอนก็เออออตัดสายเพื่อนก่อนที่ตัวเองจะหันมองดวงตากลมที่มองเค้าตาไม่กระพริบ
    "แล้วฉันจะช่วยนายยังไงเนี่ย"
    "คยูฮยอน ทานข้าวลูก"เสียงเรียกจากแม่ที่ดังมาจากชั้นล่างทำให้คยูฮยอนต้องละสายตาจากใบหน้าหวาน ขายาวพากายเดินออกไปโดยมีวิญญาณคนสวยตามไม่ห่าง
    "ฟักทอง"เสียงหวานดังขึ้นเมื่อเห็นเมนูอาหารที่คุณแม่ของคนหล่อทำ ไม่รู้ทำไมรู้สึกอยากทานทั้งที่รู้ว่าตัวเองน่ะทานไม่ได้สักหน่อย
    "รู้สึกนายจะชอบแต่ฟักทอง เค้กที่นายมองที่ร้านนั้นก็เค้กฟักทอง"บอกอย่างนั้นเจ้าตัวก็เลื่อนเก้าอี้เข้าไปนั่ง แน่นอนว่สสายตาไม่ลืมตรวจดูว่าแม่ที่ยังยกอาหารออกมาจากครัวได้ยินสิ่งที่เค้าพูดกับวิญญาณนี่รึเปล่า เค้าไม่อยากให้แม่คิดว่าตัวเองเป็นบ้าเพราะพูดคนเดียวหรอกนะ
    "อ้าว นั่งสิจ้ะหนู ยืนทำไมล่ะ"คำบอกของคนเป็นแม่ที่เดินออกมาทำเอาคยูฮยอนที่กำลังตักข้าวเข้าปากแทบจะคายทุกอย่างออกมาแทน
    "แค่ก..ก แม่คุยกับใคร"
    "ก็เด็กที่มากับลูกไง เห็นตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว ไม่เห็นแนะนำให้แม่รู้จักสักที"ว่าอย่างนั้นคุณแม่คนสวยก็ยิ้มหวานให้ร่างบางที่ยิ้มรับพร้อมกับโค้งตัวอย่างสุภาพ
    "แม่เห็นเขาเหรอ"ถามอย่างสงสัย คยูฮยอนก็มองหน้าแม่ที มองหน้าวิญญาหน้าสวยที่ค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้ที
    "เห็นสิ อย่าว่าแต่หนูคนนี้เลย กระต่ายในห้องลูกแม่ยังเห็นเลย แม่น่ะเห็นวิญญาณมาแต่เด็กแล้วนะ"คำตอบจากปากแม่ทำเอาคนหล่ออึ้งกว่าเก่า
    "ไม่เห็นแม่บอกผมบ้างเลย ว่าแม่เห็นมินนี่"
    "ทำไมต้องบอกล่ะ ลูกก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เหรอ เป็นไงล่ะได้เห็นกับตัวเชื่อรึยัง"
    "ครับ"
    "ท่าทางจะชอบฟักทองสินะจ้ะ เดี๋ยวน้าจัดการให้นะ"บอกอย่างนั้นมือขาวของคุณแม่คนสวยก็ประสานเข้าด้วยกัน ริมฝีปากบางสวดภาวนาไม่กี่คำ ร่างบางก็รู้สึกอิ่มอย่างบอกไม่ถูก แถมยังรู้สึกได้ถึงรสฟักทองที่รู้สึกชอบ
    "ขอบคุณฮะ"ยิ้มหวานให้คนใจดีทั้งสอง วิญญาณความจำเสื่อมก็มองสีเหลืองอาร่ามบนโต๊ะอย่างชอบใจ แม้ตัวเองจะอิ่มแล้วแต่การได้มอบคนอื่นทานมันก็มีความสุข
    "ท่าทางจะชอบจัด งั้นระหว่างนี้ฉันจะเรียกนายว่าฟักทอง ยังไงนายก็จำชื่อตัวเองไม่ได้ ใช้ชื่อนี้ไปก่อนล่ะกัน"มองอีกคนที่ดูจะปลาบปลื้มกับฟักทองมากคยูฮยอนก็สรุปเสร็จสรรพเอาเอง และดูเหมือนว่าทุกคนจะเห็นด้วยกับความคิดนั้น
    


    เช้าวันใหม่แสนจะสดใสแต่คนหล่อกลับไม่สดใสอย่างทุกวัน เพราะเมื่อคืนเอาแต่นั่งคิดว่าจะช่วยคนสวยยังไงเลยเหมือนว่าเจ้าตัวจะนอนไม่ค่อยเต็มอิ่ม
    "ขอโทษนะฮะ"เห็นอีกคนหน้าตางัวเงียคนสวยตนเหตุก็เอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด
    "ช่างมันเถอะ ฉันหาเรื่องใส่ตัวเอง"ว่าเหมือนไม่ใส่ใจ แต่คำพูดนั้นมันประชดคนสวยชัดๆ ใบหน้าหวานเศร้าซึมทันทีที่ประโยคนั้นออกจากปากคนหล่อ
    "นี่ว่าแต่ จำอะไรไม่ได้เลยเหรอ"กระซิบถามเบาๆเพราะกลัวคนอื่นจะหาว่าตัวเองบ้าคุยคนเดียวได้ แต่นั้นก็ไม่ได้รับคำตอบจากวิญญาณหน้าหวานที่ตอนนี้เงียบไม่พูดไม่จา
    "นี่"
    "ช่างเถอะฮะ ผมจะกลับไปอยู่ที่นั้น ถ้ามันยากมากที่จะได้ไปเกิดใหม่ ผมจะอยู่ที่นั้นไปจนกว่าวิญญาณผมจะแตกสลายไปเอง"ไม่ใช่แค่ไม่มีความหวัง  แต่ว่าวิญญาณหน้าสวยไม่อยากให้ใครมาลำบากด้วยแล้ว
    "เรื่องของนาย อยากทำอะไรก็เชิญ"คำพูดหมดอาลัยนั้นทำเอาคยูฮยอนโมโหขึ้นมาได้เหมือนกัน คนบางคนมีชีวิตอยู่ก็ดิ้นร้นไม่อยากจะตาย แต่คนเราเมื่อตายยังไงก็ต้องไปเกิดใหม่ไม่ใช่เหรอ คนไม่มีความหวังอย่างนี้จะเป็นอะไรก็ปล่อยไปแล้วกัน
    "คุณคยูฮยอน"เสียงหวานเอ่ยแผ่วเบานั้นไม่ได้ทำให้คนที่จ้ำขึ้นห้องเรียนสนใจ ดวงตากลมโตมองอีกคนอย่างเศร้าสร้อยก่อนที่ร่างจะจางหายจากตรงนั้นไป


        ตึง

    "บ้าชะมัด คนอะไรวะงี่เง่าจริงๆ"คำสบถกับไอ้การที่เพื่อนหนุ่มมาถึงก็ตึงตังเขวี้ยงกระเป๋าเป้กระแทกกับโต๊ะนั้นทำเอาเพื่อนซี้หันมองอย่างสงสัย
    "เป็นอะไรวะไอ้คยูฮยอน เมิงแปลกตั้งแต่เมื่อวานแล้วที่โทรมาถามข้าเรื่องคนตายอะไรนั้นน่ะ"คำพูดของเพื่อนทำเอาคยูฮยอนตวัดสายตามองเพื่อนทันใด สายตาคมเฉียบนั้นทำเอาคนถูกมองถึงกับถอยกรูเพราะความกลัว
    "โอเคไม่พูดแล้ว ปิดปากครับผม"
    "โธ่เว้ย"มองรอบตัวไม่เห็นวิญญาณนั้นตามมา ร่างสูงก็โวยวายเสียงดังอีกครั้ง ไม่เข้าใจทำไมถึงได้ห่วงนะ
    "เป็นอะไรของเมิงวะ?"
    "เซง นี่เยซองวิญญาณที่ไม่ไปเกิดน่ะ เป็นวิญญาณของคนที่ตายแล้วมีเรื่องฝังใจใช่มั้ย"คิดยังไงก็คิดไม่ตก ถึงจะไล่คนสวยนั้นไปแล้วก็เถอะ แต่คยูฮยอนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมวิญญาณหน้าสวยนั้นถึงได้ไม่ไปเกิด แถมยังความจำเสื่อมอีก
    "ก็คงใช่ แต่เมื่อวานก่อนกรูดูทีวีน่ะเว้ย เขาบอกกันว่าคนที่ประสบอุบัติเหตุไม่ฟื้นอาจจะเป็นเพราะวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วหาทางกลับไม่ได้ก็มีนะ"สิ่งที่เพื่อนบอกทำเอาดวงตาสีนิลเบิกโพล่ง ภาพวิญญาณในชุดนักเรียนนั้นทำเอานึกถึงสิ่งที่เพื่อนบอกเมื่อวาน
    "เด็กคนนั้นชื่ออะไร?"
    "คนไหน?"
    "คนที่เมิงบอกว่ายังไม่ฟื้นน่ะ ที่กรูถามเมิงเมื่อวาน"ถามอย่างร้อนใจ ไม่แน่อาจจะใช่ คนสวยนั้นอาจจะเป็นเด็กโรงเรียนเค้าจริงๆก็ได้
    "อ๋อ จำไม่ได้อ่ะนะแต่รู้ว่าอยู่โรงพยาบาลอะไร ห้องไหน"
    "เมิงฮานะเนี่ย เมิงไม่รู้ชื่อดันไปรู้ห้องกับโรงพยาบาลเขาได้"
    "ก็นะ อย่างน้อยกรูก็รู้แล้วกันวะ ว่าแต่เมิงมีอะไรป่ะเนี่ย ถามแปลกๆตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"อดถามอย่างสงสัยไม่ได้จริง อยู่ดีๆทำไมไอ้เพื่อนหน้าหล่อถึงได้มาพูดเรื่องนี้ไม่เข้าใจ
    "เรื่องของกรูนา"


    หลังเลิกเรียนร่างสูงก็รีบมาที่โรงพยาบาลที่เพื่อนบอก สองขาเรียวก้าวเดินไล่หาห้องที่เพื่อนเขียนบอกไว้ให้ไปที่ละห้อง ละห้ง
    "135 136"
    "137"เมื่อเจอเลขห้องที่เพื่อนจดให้ร่างสูงก็เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อคนไข้ข้างใน
    "ลีซองมินเหรอ? ไม่เห็นรู้จักเลย"บ่นกับตัวเองเบาๆ มือหนาก็ถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปในห้องที่ตอนนี้มีเพียงผู้ป่วยหลับอยู่บนที่นอน ดวงตาสีนิลถึงกับหยุดนิ่งเมื่อเห็นใบหน้าหวานซึ่งหลับพริ้มไม่ได้สติ สายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจระโยงระยางรอบกายร่างบางที่หายใจขึ้นลงเแผ่วเบากว่าคนปกติ
    "นายฟักทอง"เดินเข้าไปดูใกล้ๆ คนสวยที่เห็นนั้นเป็นคนเดียวกับวิญญาณที่เจอจริงๆ ริมฝีปากแดงสด แก้มขาวอมชมพู จมูกรั้น หรือแม้แต่ขนตาแพหนานั้นมองยังไงก็คนเดียวกันชัดๆ
    "ทำไม?"ความสงสัยมันแล่นเข้ามาสู่สมอง หมายความว่าวิญญาณคนสวยนั้นยังไม่ตาย แค่กลับเข้าร่างไม่ได้งั้นเหรอ
    "แล้วจะทำยังไงวะเนี่ยกรู"
    



    วันนี้ร่างบางเปลี่ยนมานั่งอยู่ในร้านเบเกอร์รี่ที่ตัวเองชอบมอง ไม่แปลกเลยที่จะไม่มีคนสนใจเค้า เพราะว่าตัวเค้าเองเป็นเพียงวิญญาณที่ทุกคนไม่อาจจับต้อง ต่อให้นั่งเล่นที่นี้จนถึงร้านจะปิดก็ไม่มีใครมาไล่ได้
    "อึก..ก. เจ็บ..."อยู่ดีๆ มือบางก็ยกขึ้นกุมอกข้างซ้ายแน่น ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นจากอกข้างซ้ายลามไปยังส่วนต่างๆในร่างกายทันที
    "เกิดอะไรขึ้น?"ความสงสัยบังเกิดเมื่อเป็นวิญญาณตัวเค้าไม่ควรจะมีความเจ็บปวดแล้วนี่
    "คิดมากไปน่ะเรา?"คนสวยพยายามจะคิดว่าทั้งหมดนั้นเป็นการคิดไปเองของตัวเค้า จึงไม่ใส่ใจเท่าไหร่ ดวงตากลมโตมองไปยังข้างนอกกระจกร้านอีกครั้ง สี่แยกถนนที่คุ้นเคยไม่เข้าใจทำไมตัวเองถึงได้มาอยู่ที่นี้
    "คุณคยูฮยอน"อยู่ดีๆภาพของคนหล่อก็แวบเข้ามา ภาพที่คนหล่อนั้นเดินผ่านสี่แยกนี้ในยามเลิกเรียน มือบางขยี้ตากลมเมื่อคิดว่าตัวเองเห็นภาพนั้นจริงๆ แต่มันไม่ใช่ เป็นเพียงภาพที่ผุดมาชั่วครู่เท่านั้น
    "อะไรกัน มันคืออะไร? คิดไปเองเหรอ"



    ดวงตาสีนิลยังคงมองร่างบางที่หลับใหลอยู่บนที่นอนนั้นอย่างครุ่นคิด ความตกใจเมื่อครู่หายไปแล้ว เหลือเพียงแต่คำเตือนของพยาบาลที่ดังก้องในหัว
    
    'กรุณาอย่าแตะต้องตัวคนไข้นะค่ะ ถึงจะไม่ได้สติแต่ทุกครั้งที่มีคนโดนตัวคนไข้จะมีอาการเจ็บจากหัวใจลามไปยังส่วนอื่นๆของร่างกาย'
    'เป็นโรคหัวใจเหรอครับ'
    'ไม่ใช่ค่ะ เพียงแต่ว่าตอนนี้ที่ยังไม่ฟื้นหัวใจต้องทำงานหนัก ทำให้เวลาโดนสิ่งเร้าภายนอกกระตุ้น ร่างกายจะตอบสนองด้วยการทำงานหนักของหัวใจ'

    "ก็แค่จับมือเอง"ใช่เมื่อกี้คยูฮยอนแค่เอื้อมมือไปกุมมือบางนั้นไว้ สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือคนตัวเล็กนั้นยังมี เป็นเครื่องยืนยันว่าคนสวยนั้นยังไม่ได้หมดลม แต่ว่าทำไมแค่จับมืออีกคนถึงได้หายใจติดขัดราวกับจะขาดใจ ร่างกายแสดงถึงอาการเจ็บปวดทั้งที่ยังไม่ฟื้นขึ้นมา
    "แม่!! กลับไปถามแม่สิ"อยู่ดีๆคนหล่อก็นึกถึงคุณแม่ขึ้นมา เพราะดูเหมือนแม่จะต้องเคยเจอวิญญาณมามากแน่ๆ ยังไงก็ต้องช่วยคนสวยนี่ได้ล่ะ



    
    "อืม วิญญาณที่หลุดออกจากร่าง ปกติก็มีเยอะอยู่นะคยูฮยอน แต่กรณีที่ความจำเสื่อมมีน้อย ส่วนที่ว่าทำไมไปอยู่ตรงสี่แยกนั้นก็มีให้คิดได้ว่า ตรงนั้นเป็นที่ที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ก็เป็นที่ๆเขาคิดถึงก่อนที่วิญญาณจะออกจากร่าง"เรื่องจากปากลูกที่กลับบ้านมาก็ตั้งหน้าตั้งตาเล่านั้นทำเอาคุณแม่คนสวยนึกถึงเหตุการณ์ส่วนใหญ่ที่ตัวเองเคยเจอมาแต่ก่อน
    "งั้นเหรอฮะ แล้วเราจะทำยังไงได้บ้าง"
    "เดี๋ยวๆ ว่าแต่หนูคนนั้นหายไปไหน"คำถามของลูกนั้นคุณแม่คนสวยยังไม่ตจอบ เพราะว่าทั้งที่ลูกถามเพื่อช่วยวิญญาณหน้าสวยนั้น แต่ว่าวันนี้ยังไม่เห็นวิญญาณนั้นติดสอยห้อยตามลูกชายเธอมาเลย
    "คืออ.อ."คยูฮยอนถึงกับตอบไม่ถูก ถ้าบอกแม่ว่าไล่ไปแม่ต้องด่าว่าเค้าใจดำแน่ๆ
    "คยูฮยอน"เห็นลูกอิดออดมีรึคนเป็นแม่จะไม่รู้ ท่าทีผิดปกตินั้นมองยังไงก็ดูออกว่าลูกกลัวที่จะเอ่ยสิ่งนั้นออกมา
    "ผมไล่เขาไปเองครับ ก็เขาพูดประมาณว่าจะอยู่ตรงนั้นตราบเท่าที่จะอยู่ได้ ผมก็โมโหน่ะสิทั้งที่ผมอยากจะช่วยทำไมเขาถึงไม่มั่นใจว่าผมจะช่วยได้ล่ะ"จนใจจะปิดบังแม่ คนหล่อจึงได้ยอมบอกเรื่องทั้งหมดนั้นกับแม่ คุณนายโจวถึงกับถอนหายใจออกมา ก็รู้ว่าลูกปากไม่ค่อยดี แต่ว่าแบบนี้มันก็เกินไป
    "นั้นมันก็เกินไปนะลูก คิดอย่างนี้นะ คนที่ไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครพูดคุยด้วย ไม่มีคนเห็นแม้แต่ว่ามีตัวตน อยู่คนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมายที่เมินเฉยต่อตน คนๆนั้นต้องว้าเหว่มากใช่มั้ย แม่รู้ว่าลูกต้องพูดอะไรมากกว่าที่บอกให้แม่ฟังแน่ๆ ลูกคิดสิว่าใจของคนที่โดนทิ้งให้โดนเดียวน่ะเค้าจะรู้สึกยังไง"
    "ผมขอโทษฮะ"คำพูดของคนเป็นแม่ทำเอาคยูฮยอนสำนึกผิด จริงอย่างว่าเค้าอาจจะพูดอะไรกระทบจิตใจวิญญาณหน้าสวยนั้นก็ได้
    "ลูกรู้ใช่มั้ยว่าเขาอยู่ไหน  พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนไปตามเขากลับมานะ"
    "ครับ..แล้ว เราจะช่วยเขายังไง"
    "ก่อนอื่น เริ่มจากพรุ่งนี้ไปสืบมาว่าเด็กคนนั้นสนิทกับใคร ก่อนเกิดอุบัติเหตุมีเรื่องอะไรที่เป็นเรื่องค้างคาใจบ้าง ตีสนิทเพื่อนเขาแล้วสืบเอาเรื่องก่อนเกิดอุบัติเหตุมาให้ได้"
    "ครับแม่"




    "นี่ทงเฮ ฮยอคแจ เด็กห้องสอง มีเรื่องจะคุยด้วย"เสียงเรียกจากเพื่อนหน้าห้องนั้นทำเอาสองหนุ่มหน้าหวานหันมองอย่างสงสัย เพราะตัวเองก็ไม่ได้ไปคลุกคลีกับใครเท่าไหร่ แถมไม่นิยมคบเพื่อนต่างห้องด้วยใครกันนะที่อยากจะมาคุยกับพวกเค้า
    "คยูฮยอน"ร่างสูงที่ยืนอยู่หน้าห้องนั้นทำเอาสองคนเบิกตากว้าง สองเพื่อนซี้กุมมือกันแน่นก่อนจะค่อยๆเดินไปหาคนหล่อที่ยืนพิงประตูรอ
    "มี..มีอะไรเหรอครับ"ถามตะกุกตะกัก ไม่ใช่กลัวหรอกนะ แต่สองคนตกใจมากที่คนตรงนี้มาหาถึงห้องเรียนน่ะ
    "พวกนายเป็นเพื่อนสนิทของคนที่ชื่อลีซองมินใช่มั้ย"ชื่อเพื่อนรักที่ยังไม่ฟื้นทำเอาสองคนเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเขม่น ดวงตาสีชากับดวงตาสีน้ำตาลสวยมีแววตกใจอย่างเห็นได้ชัด
     "ครับ ไม่ทราบว่ามีอะไรกับซองมินรึเปล่า ตอนนี้เขา.."
    "ฉันรู้เขาอยู่โรงพยาบาล"เห็นคนตัวเล็กร่างบางเอ่ยเกริ่นมา คยูฮยอนก็ต่อได้ทันที ก็ไปเยี่ยมมากับตัวแล้วนี่นา
    "คุณรู้?"ทงเฮอดไม่ได้ที่จะสงสัย คนไม่เคยรู้จักทำไมถึงได้รู้ว่าซองมินป่วยอยู่
    "รู้ คือว่าที่มานี้จะถามว่า ก่อนซองมินเขาจะประสบอุบัติเหตุเขามีเรื่องอะไรที่ค้างคาใจรึเปล่า"คำถามนั้นทำเอาสองคนเงียบ ไม่มีใครกล้าตอบอะไร ถึงรู้ว่ามันแปลกที่อยู่ดีๆคนไม่เคยมองซองมินในสายตาอย่างโจวคยูฮยอนอยู่ดีมาถามถึงซองมิน แถมยังถามเรื่องที่สองคนรู้ดีอีก ไม่รู้จะตอบยังไงเลยเนี่ย
    "คือว่า.."ฮยอคแจลังเลจะบอก แต่ว่าทงเฮกลับดึงชายเสื้อเพื่อนเอาไว้ เพราะคิดว่าเรื่องนี้สองคนคงไม่เหมาะจะพูด
    "เอางี้แล้วกันทงเฮ"ถึงอย่างนั้นก็เถอะฮยอคแจก็อยากจะช่วยเพื่อนบ้าง สองหนุ่มหน้าหวานซุบซิบกันก่อนจะหันมาให้คำตอบแก่คนที่ยืนรออย่างใจจดใจจ่อ
    "ซองมินเขาแอบรักคนๆนึงอยู่น่ะครับ เห็นบอกว่าจะสารภาพรักแต่ก็ไม่ได้ทำซะที"คำตอบนั้นยังไม่เพียงพอแก่สิ่งที่ต้องการเท่าไหร่ ถึงรู้ว่าคนสวยนั้นอยากจะบอกรักคนๆหนึ่ง แต่ไม่รู้ว่าใครตอนนี้มันก็ไม่มีประโยชน์ ก็คนสวยนั้นจำความอะไรไม่ได้เลยนี่นา
    "ใครเหรอ?"คำถามนี้ยังไงเพื่อนกันก็ต้องรู้คยูฮยอนมั่นใจอย่างนั้น แต่ว่าคนโดนถามนี่สิจะตอบก็ตอบไม่ได้ ไม่กล้าเอาเรื่องของเพื่อนมาเผย
    "ผม ..บอกไม่ได้หรอกครับ ขอตัวนะครับ"ว่าอย่างบ่ายเบี่ยงสองคนเพื่อนซี้ก็รีบวิ่งหนีไปทันที เหลือเพียงแต่คึนหล่อที่ได้แต่เม้มปากอย่างขัดใจ
    "แล้วอย่างนี้จะช่วยยังไงวะ"



    "อีกแล้ว ทำไมเห็นภาพคุณคยูฮยอนอีกแล้ว"เป็นอีกวันที่วิญญาณหน้าสวยยังนั่งที่มุมเดิมในร้านเบเกอร์รี่ แล้วภาพที่เห็นซ้ำๆก็คือภาพคนหล่อนั้นเดินผ่านร้านนี้ทั้งเช้าทั้งเย็น ทั้งที่ตอนนี้มันเที่ยงอยู่ชัดๆ
    "แค่ก..ก แค่กก.ก"ไม่ใช่แค่ตาฝาดที่คิดว่าแปลก แต่ว่าสภาพตัวเองที่อ่อนแอลงนั้นมันก็แปลกเหมือนกัน รู้สึกว่าช่วงนี้จะไอ แล้วก็รู้สึกเพลียๆง่ายยังไงไม่รู้
    "เอาอีกแล้วเห็นอีกแล้ว"บ่นกับตัวเองเบาๆอีกครั้ง เมื่อเห็นร่างสูงในชุดนักเรียนเหมือนกันจ้องเข้ามา มือใหญ่เคาะกระจกเบาๆแต่ก็ไม่ได้มีพนักงานคนไหนสนใจเพราะทุกคนต่างวุ่นกับการบริการลูกค้า มีแต่ร่างบางนั้นล่ะที่เห็นว่าคนหล่อนั้นเคาะกระจกอยู่
    "ออกมาเดี๋ยวนี้!"ถ้ามองไม่ผิดคนสวยอ่านปากได้อย่างนั้นจริงๆ ไม่ใช่แค่อ่านปากนะแต่ท่าทีคนหล่อนั้นยังจริงจังจนต้องยอมออกจากร้านที่สิงอยู่สองวันไป
    "ฉันรู้แล้วว่านายชื่ออะไร? เรียนที่ไหน? แล้วทำไมถึงไม่ได้กลับร่างซะที"คำพูดใดๆก็ไม่ได้เข้าหูคนสวยนั้นเท่าคำว่ากลับเข้าร่าง เพราะนั้นหมายความว่า
    "ผมยังไม่ตายเหรอฮะ?"สิ่งนั้นคงเป็นสิ่งที่ทำให้คนสวยดีใจที่สุด รู้ว่าตัวเองยังไม่ตายมันเหมือนได้เกิดใหม่เลยล่ะ
    "ใช่นายยังไม่ตาย แต่ถ้านายอยู่อย่างนี้ต่อไปนายอาจจะตายแน่ๆ"บอกเหมือนไม่ใส่ใจ แต่จริงๆคยูฮยอนก็ห่วงไม่น้อย ไม่เข้าใจว่าไม่เห็นแค่สองวันทำไมร่างบางข้างๆกายถึงได้ดูโทรมไปมาก หรือว่าตอนนี้ร่างกายที่หลับใหลอยู่จะมีอาการอะไรแทรกซ้อน
    "เอางี้ เดินกลับบ้านฉันระหว่างนั้นฉันจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง"บอกอย่างนั้นคนหล่อก็เดินนำไป โดยมีวิญญาณหน้าสวยเดินตาม
    "นายชื่อลีซองมิน ปีสามห้องหนึ่ง โรงเรียนเดียวกับฉัน นายมีเพื่อนสนิทสองคนชื่อลีทงเฮกับลีฮยอคแจ มีน้องชายหนึ่งคน พ่อแม่นายทำธุรกิจร้านอาหารมีชื่อเสียงในแถบทงแดมุน"เรื่องจากปากคนหล่อนั้นทำเอาซองมินอึ้งไม่น้อย ไม่น่าเชื่อเลยแค่สองวันคยุฮยอนจะรู้เรื่องเค้าได้มากขนาดนี้
    "คุณคยูฮยอน รู้ได้ยังไงฮะ?"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อดสงสัยไม่ได้จริงๆว่าทำไมคยูฮยอนถึงได้รู้เยอะขนาดนี้นะ
    "อ๋อ เพื่อนฉันเล่าให้ฟัง พอดีเพื่อนฉันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน แล้วแฟนมันก็ทำงานฝ่ายทะเบียนนักเรียนด้วย"
    "อย่างนี้นี่เอง ขอบคุณนะฮะ ขอบคุณที่อุตส่าห์ช่วยผมขนาดนี้"
    "อย่าเพิ่งขอบคุณ เรายังทำภาระกิจไม่สำเร็จ ไว้ถึงตอนนั้นมาขอบคุณยังไม่สายหรอก"คำพูดของคนหล่อทำเอาใบหน้าหวานอาบไปด้วยน้ำตา คยูฮยอนถึงกับตกใจที่เห็นอีกคนร่ำไห้ออกมาซะอย่างนั้น
    "ร้องไห้ทำไม?"ถามอย่างนั้นมือใหญ่ก็ยกขึ้นจะเกลี่ยน้ำตาที่ข้างแก้มขาว แต่ว่าก็แค่เหมือนจะได้เกลี่ย จริงๆไม่สามารถสัมผัสตัวกันได้แม้แต่น้อย
    "ขอโทษครับ ผมจะเข้มแข็ง คุณคยูฮยอนอุตส่าห์ช่วยทั้งที"รู้ตัวว่าอ่อนแอเกินไป ซองมินก็รีบยกมือปาดน้ำาที่ข้างแก้มออก ในเมื่อคยูฮยอนทำเพื่อเค้าขนาดนี้ ยังไงก็ต้องสู้สักตั้งล่ะ
    "งั้นฟังต่อ นายประสบอุบัติเหตุเพราะช่วยกระต่ายที่หลุดออกมาจากกรงขายกระต่ายข้างโรงเรียน อาการไม่ได้สาหัสมากมายแต่ว่านายไม่ฟื้นซะที"
    "แล้วทำไมผมมาอยู่ที่นี้"นั้นเป็นคำถามที่คยูฮยอนก็คิดไม่ตก อาจจะเป็นอย่างที่แม่เค้าเล่า หรือไม่ก็เกี่ยวกับเรื่องคนที่คนสวยนี้อยากจะสารภาพรักอย่างนั้นล่ะมั้ง
    "มีอยู่สองอย่างให้คิด ฉันคิดว่าเรื่องที่นายยังไม่ตายแต่ก็ยังไม่ฟื้นนั้นเป็นเพราะนายมีเรื่องที่ยังค้างคาในใจ แต่ฉันไม่รู้ว่าถ้านายทำสำเร็จนายจะจากไป หรือว่านายะจะได้กลับเข้าร่าง"
    "ช่างมันเถอะครับ จะกลับร่างเก่า หรือไปเกิดใหม่ แค่ไม่ต้องเดียวดายอย่างที่ผ่านมา แค่นั้นก็พอแล้วครับ"คำพูดของซองมินนั้นทำเอาคยูฮยอนรู้สึกผิด คงจะจริงอย่างแม่ว่าที่ซองมินหนีมาคงน้อยใจที่เค้าพูดวันนั้น เค้าก็ปากไม่ดีจริงๆที่พูดทำให้ซองมินรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเป็นภาระ จริงๆแล้วซองมินคงเจ็บปวดไม่น้อยที่ต้องอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่ไม่มีใครที่จะเห็นตัวตนของคนสวยนั้นเลย
    "ว่าแต่..เรื่องที่ค้างคาใจผมนั้น คือเรื่องอะไร?"
    "เพื่อนนายบอกว่า นายมีคนที่แอบชอบ แต่ว่าไม่ได้สารภาพรักสักที ฉันคิดว่านะที่นายมาอยู่แถวนี้ทั้งที่ไม่ใช่ที่เกิดเหตุ อาจจะเป็นเพราะว่านายเจอเขาที่นี้บ่อยๆ หรือว่ามันอาจจะเป็นที่ๆคนๆนั้นอยู่ อาจจะเป็นร้านเบเกอร์รี่นั้นก็ได้ที่คนที่นายชอบทำงานอยู่"คำพูดของคยูฮยอนนั้นทำเอาซองมินหันมองหน้าอีกคนทันใด มือบางแตะที่อกข้างซ้ายเมื่อรู้สึกถึงเสียงหัวใจที่มันเต้นแรงขึ้น แรงขึ้น
    "คุณคยูฮยอน"เสียงหวานที่เอ่ยเรียนั้นทำเอาคนหล่อที่กำลังสันนิษฐานอะไรไปเรื่อยเปื่อยหันมองอย่างสงสัย
    "ผมรู้ว่าเขาคือใคร"
    "หืม? นายรู้ได้ยังไง"ขมวดคิ้วมองอีกคนอย่างสงสัย จะไม่ให้งงได้ไงในเมื่อลืมหมดทุกอย่างแม้แต่ชื่อตัวเองแต่กลับบอกว่าจับคนที่ตัวเองชอบได้
    "ผมรู้ ผมคิดว่าผมรู้"เสียงหวานนั้นแลเศร้าสร้อยไม่น้อยเมื่อมั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันใช่
    "งั้นก็ไปบอกเขาเลยสิ เขาคือใครบ้านอยู่ไหน แล้วเรียนที่เดียวกับเรารึเปล่า"คยูฮยอนเริ่มมีความสุขกับการที่จะทำให้วิญญาณคนสวยนี้ได้กลับร่าง หรือไม่บางทีก็อาจต้องไปเกิดใหม่ เพราะร่างกายที่หลับอยู่ที่โรงพยาบาลนั้นก็ยื้อเกินยื้อแล้ว
    "ขอเวลาผมก่อนนะฮะ ผมอยากจะมั่นใจกว่านี้"
    "แต่.."
    "อ้าว กลับมากันแล้วเหรอลูก"แล้วบทสนทนาของทั้งสองก็จบลงเมื่อสองคนมาถึงหน้าบ้านคนหล่อ เสียงเรียกของคนเป็นแม่นั้นทำเอาคยูฮยอนต้องละจากคนสวยไปหาแม่ที่เปิดประตูให้เข้าบ้าน
    "เข้ามาสิจ้ะ"
    "ครับ"ขานรับอย่างว่าง่าย วิญญาณคนสวยก็ตามเข้าบ้านคนหล่อไป ดวงตากลมมีแววเสียใจให้เห็นอย่างชัดเจน
    "เลือนลาง แต่ผมรู้ว่าเขาคนนั้นคือคุณ ... คยูฮยอน"ไม่ใช่ความจำที่บ่งบอกทุกอย่าง แต่เป็นหัวใจ ไม่ใช่พรหมลิขิตที่ทำให้คยูฮยอนเป็นคนมากช่วยเค้า แต่ทุกอย่างนั้นเป็นเพราะตัวเค้าเองตั้งหาก เป็นตัวเค้าที่ฝังใจกับร้านเบเกอร์รี่นั้น ร้านที่คนหล่อนั้นเดินผ่านทุกวัน
    "ถ้าต้องไปเกิดใหม่จริงๆ ผมขอเวลามีความสุขกับคุณอีกนิดได้มั้ย แต่ถ้าโชคดีให้ผมกลับร่าง ผมขออย่าลืมทุกอย่าง ให้ผมจำทุกสิ่งตอนเป็นวิญญาณได้ ให้ผมจำความดีที่คุณมีให้ผมได้มั้ยคยูฮฺยอน"



    เช้าวันใหม่สดใสอย่างเก่า วันนี้คยูฮยอนอารมณืดีเป็นพิเศษเพราะเรื่องทุกอย่างก็จัดการเรียบร้อยแล้ว เหลือแต่คนสวยนั้นไปสารภาพรักกับคนที่ชอบ แต่ว่าพอคิดว่าจะไม่มีวิญญาณนี้อยู่ด้วยแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ถึงจะเจอกันแค่ไม่กี่วันก็เถอะ แต่ว่าถ้าขาดคนสวยนั้นไปคงจะเหงาน่าดู
    "มินนี่ไปก่อนนะ"เสียงหวานที่บอกลากระต่ายน้อยที่เค้าไม่เห็นนั้นทำเอายิ้มออกได้ ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มให้คนสวยที่ตามออกมาก่อนที่ทั้งสองจะรีบลงไปทานอาหารข้างล่าง
    "แค่ก.. แค่กก.ก "
    "ซองมิน ถ้าหนูไม่รีบกลับเข้าร่าง หนูอาจจะต้องไปเกิดใหม่แทนนะ"เห็นร่างบางไอค่อกแค่กเพราะสุขภาพที่มันแย่ลง คนเป็นแม่ก็อดห่วงไม่ได้ ถึงจะเห็นหน้าไม่กี่วันก็เถอะแต่ว่าเอ็นดูเด็กน่ารักคนนี้จะตาย
    "ครับ ผมจะรีบกลับเข้าร่างให้ได้"ขานรับปัดๆ จริงๆแล้วซองมินไม่สนว่าจะตายหรือว่าจะได้กลับร่างเดิม ขอแค่ได้ทำสิ่งที่ชีวิตจริงไม่มีวันกล้าทำ แค่นั้นก็พอแล้ว
    "งั้นวันนี้ไปบอกรักเขาเลยนะ"
    "อืม.ม.ม ผมจะบอกเขา"คำสนับสนุนของคนหล่อนั้นทำเอาซองมินต้องขานรับอีกครั้ง


    "สีหน้านายไม่ดี ฉันว่ารีบไปบอกเขาเถอะ คนที่นายชอบน่ะ"ตั้งแต่เช้ามาถึงตอนนี้เที่ยงแล้ว คนหล่อสังเกตเห็นตลอดเลยว่าร่างบางนั้นดูจะหน้าซีดหนักไปกว่าเก่า แถมยังไอบ่อยด้วย
    "อย่าเพิ่งเลยฮะ"
    "อ่า ลืมไปไม่มีคนมองเห็นนายนี่นา งั้นฉันบอกให้แทนก็ได้นะ"พูดไปก็คิดได้ ใครจะมองเห็นซองมินล่ะนอกจากเค้ากับแม่ เพราะงั้นถ้าจะบอกรักก็ต้องมีคนช่วยบอกสินะ
    "ผมอยากบอกเขา ตอนเย็น"เสียงที่แผ่วเบานั้นทำเอาคยูฮยอนยิ่งสงสัยหนักกว่าเก่า คนข้างๆเค้าเป็นอะไรไปนะไม่ดีใจเหรอไงที่จะได้กลับร่างน่ะ
    "เอางั้นก็ได้ แต่รีบหน่อยนะ ฉันอยากเห็นนายกลับร่างมากกว่าไปเกิดใหม่"
    "อื้มม"
    


    
    "จะเอาอย่างนั้นจริงๆเหรอค่ะ"คำถามจากพยาบาลนั้นได้รับการพยักหน้าจากเจ้าของคนไข้ที่ยืนมองใบหน้าหวานของคนเป็นลูกด้วยใจปวดร้าว
    "แต่ว่าคุณค่ะ ซองมินอาจจะฟื้น"
    "ไม่หรอก เรายื้อมานานแล้ว ผมทนมองลูกอย่างนี้ไม่ไหว เราปล่อยแกไปตามยฐากรรมเถอะนะคุณ"คำอ้อนวอนของภรรยานั้นไม่อาจทำให้สามีเปลี่ยนใจได้ มือหนาลูบเข้าที่ข้างแก้มลูกชายที่รัก ก่อนที่จะเลื่อนมาจับหน้ากากช่วยให้ใจออกจากใบหน้าลูกด้วยตัวเอง
    "ลาก่อนนะลูกรัก"




    ดวงตากลมโตเบิกโพล่งทันทีที่รู้สึกแน่นไปทั่วหน้าอก มือบางกำเนื้อผ้าตรงอกข้างซ้ายไว้แน่นเพราะความเจ็บปวดมันเต้นตุบอยู่แถบนั้น เม็ดเหงื่อผุดตามใบหน้าขาวของคนสวยที่หายใจกระชันราวกับคนขาดอากาศหายใจ
    "อึก.ก..ก คะ.ะ."เสียงหวานที่ขาดห้วงทำเอาคนที่กำลังแอบงีบในคาบพละหันมองทันใด ดวงตาสีนิลมีแววตกใจอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นอีกคนทุรนทุราย
    "ซองมินนาย"
    "อือ..อ.อ ทรมาน"ดวงตากลมปรืลงช้าๆเพราะรู้สึกล้าไปทั้งตัว ไม่มีแรงแม้แต่จะยืนตอนนี้เลยทรุดลงนั่งพิงต้นไม้ใหญ่ข้างๆคนหล่อ
    "ซองมินอย่าสิ นายยังไม่ได้บอกรักเขาเลยนะ คนที่นายรักนะ นายอย่าเป็นอะไรไปนะ อย่าเพิ่งหมดหวังสิ"เสียงทุ้มพยายามเรียกอีกคนให้ได้สติ สองมืออยากจะประครองร่างนั้นเป็นกำลังใจ แต่สองมือไม่อาจแตะต้องกายที่เหมือนอากาศได้
    "คะ.ะ. คุณคยูฮยอน..นน อือ.อ."
    "หืม? อย่าเล่นอย่างนี้สิ ฉันอุตส่าห์ช่วยนายนะ ห้ามตายต้องกลับเข้าร่าง บอกมาสินายรักใครฉันจะรีบไปบอกรักเขาให้ ทีนี้นายก็จะไม่มีเรื่องอะไรค้างคาแล้ว จะได้กลับร่างได้ไง"
    "คยูฮยอน"เรียกเสียงหวานอีกครั้ง มือบางที่ขยุ้มเสื้อตัวเองจนยับก็ไล้ไปตามใบหน้าขาวของอีกคน แม้จะไม่ได้สัมผัสโดนตรงๆแต่มันก็ทำเอาอีกคนหลับแต่แน่นเพราะรู้สึกถึงความเศร้าที่จะเกิด ซองมินเองก็รู้ว่าตัวเองไม่อาจจะฝืนได้อีกต่อไป
    "ผมรักคุณ"จบคำพูดพร้อมกับริมฝีปากบางที่พยายามจะแตะเข้ากับริมฝีปากอิ่ม ร่างคนสวยก็จางหายไปในพริบตา คำรักกับความอบอุ่นช่วงวูบที่ริมฝีปากทำเอาใบหน้าหล่อมีหยดน้ำตาไหลอาบโดยที่เจ้าตัวไม่อาจห้ามได้
    "ซองมิน ซองมินนนนนนนนนนน"





    เป็นอาทิตย์แล้วที่คนหล่อพากายมานั่งจิบกาแฟที่ร้านเบเกอร์รี่ที่ปกติต้องผ่านกลับบ้านทุกวัน ดวงตาสีนิลมองไปยังตู้เค้กหน้าร้าน ที่ที่ทำให้เค้าได้รู้จักกับวิญญาณหน้าสวยนั้น ทำให้เค้าได้รู้จักคำว่ารัก ตอนที่เสียสิ่งนั้นไปแล้ว
    "ตอนนี้นายจะเกิดเป็นอะไรนะซองมิน นายเหมือนกระต่าย ถ้าเกิดเป็นกระต่ายฉันจะไปหาซื้อสักตัวแล้วนายต้องเป็นกระต่ายตัวนั้นนะ"บ่นกับตัวเองอย่างมีความหวังคนหล่อก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งเดินไปจ่ายตังค์เรียบร้อยก็ทอดน่องเดินไปตามถนนที่เพิ่งเดินมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน


    ใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ คยูฮยอนก็กลับมายังที่ที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อก่อนหน้านี้ ดวงตาสีนิลมองเข้าไปในสถานศึกษาที่เรียนอยู่ ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มขันกับตัวเอง แปลกใจทั้งที่อยู่ที่นี้มาตั้งหลายปี ทำไมไม่เคยเห็นคนสวยนั้น มารู้จักก็ตอนที่อยู่คนละภพแล้ว
    "อ้าวไอ้คยู กลับบ้านไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วมาโรงเรียนอีกทำไม"เสียงของเพื่อนที่เอ่ยเรียกนั้นทำเอาคนกำลังเหม่อหันไปมอง แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากถอนหายใจออกมา
    "อะไรของเมิงวะ หลายวันแล้วนะที่ทำเหมือนจะตายอย่างนี้"
    "กรูมีอะไรต้องคิดน่ะ กรูขอไปร้านขายของแถวนี้หน่อยนะ อยากได้สัตว์เลี้ยงสักตัว"บอกเท่านั้นขายาวก็สาวหนีเพื่อนไปยังร้านขานสัตว์ที่เป็นต้นเหตุให้คนสวยนั้นประสบอุบัติเหตุ ดวงตาคมมองเจ้ากระต่ายที่ขนตัวอยู่ในกล่องสีเหลี่ยมไม่รู้จะเลือกตัวไหนดี
    "น่ารักจัง"เสียงหวานที่ดังข้างหลังนั้นไม่ได้ทำให้คนหล่อสนใจ ดวงตาจับจ้องไปยังกระต่ายน้อยที่ขดตัวอยู่ในถ้วยอาหาร มีหัวกลมๆกับขนฟูที่อัดแน่นเต็มถ้วยอาหารสีสันสดใส
    "เอาตัวนี้ครับ"เสียงทุ้มที่เอ่ยนั้นทำเอาคนข้างหลัง ทำหน้ามุ่ยโดยที่คนหล่อไม่รู้สักนิด เมื่อส่งเงินให้เจ้าของร้านแล้วมือใหญ่ก็รับเอากระต่ายตัวน้อยไว้บนฝ่ามือ นิ้วเรียวเขี่ยขนปุยๆนั้นอย่างเอ็นดู
    "มองแล้วคิดถึงเลยนะ ใช่นายรึเปล่าซองมิน?"คำถามนั้นถามไม่ได้ต้องการคำตอบสักนิด คยูฮยอนรู้ว่ากระต่ายพูดไม่ได้ แต่ก็อยากจะคุยให้ตัวเองไม่คิดมากไปกว่านี้เท่านั้น
    "ไม่ใช่ซะหน่อย"
    "เฮ้ย"เสียงหวานที่ดังขึ้นนั้นทำเอาดวงตาสีนิลเบิกกว้าง เจ้ากระต่ายน้อยเองก็มองหน้าคนหล่อนั้นตาแป๋ว ราวกับเป็นคนตอบคำถามนั้นงั้นล่ะ
    "สงสัยหูฝาด"ว่าไปคนหล่อก็สะบัดหน้าไปมาอยากจะไล่ความคิดบ้าๆออกจากหัวตัวเอง กระต่ายพูดไม่ได้หรอก
    "ไม่ได้หูฝาดนะ คนบ้าหันมาเดี๋ยวนี้"เสียงหวานั้นดึงขั้นอีกครั้ง แต่คราวนี้กลับมีแรงกระชากจากมือบางด้วย ร่างสูงถึงกับตกใจทีเดียวที่โดนดึงให้หมุนตัวอย่างรวดเร็ว
    "ซองมิน"ใบหน้าหวานที่อยู่ตรงหน้านั้นทำเอาคนหล่อเบิกตากว้าง ทำไมซองมิน.. มาอยู่ตรงนี้ล่ะ
    "นายยังไม่ไปเกิดเหรอ?"ถามออกไปโง่ๆ เพราะคิดว่าคนสวยนั้นต้องตายแน่ๆ ทำไมถึงได้มาอยู่ตรงนี้ล่ะ
    "คนบ้า แช่งผมทำไม? นี่แน่ะ"ไม่ว่าเปล่าแต่คนสวยยังทำให้เห็นอีกว่าตอนนี้ตนไม่ใช่วิญญาณแล้วนะ
    "โอ้ยยย ย ขอโทษๆ ไม่ได้จะแช่งนะก็ตอนนั้น"ผลที่ได้รับขอคนพูดจาไม่คำหูก็คือรอยหยิกจากคนน่ารักที่บิดเข้าที่แขนขาวเต็มเหนี่ยว
    "ผมเกือบจะตายจริงๆ ถ้าตอนนั้นไม่ได้บอกรักคยูฮยอนซะก่อน"
    "ทำไม?"
    "คุณพ่อตัดสินใจที่จะถอดเครื่องช่วยหายใจของผมออก ถ้าก่อนหน้านั้นคยูฮยอนไม่พูดกับผมว่าผมมีเรื่องค้างคาใจคือการบอกรัก ผมคิดว่าตอนนี้ผมคงตายไปแล้ว"บอกอย่างนั้นคนสวยก็ยิ้มหวานให้คนที่ตัวเองรักซึ่งเป็นผู้ทำให้ตัวเองรอดพ้นจากวิกฤตนั้น
    ".แล้ว..เรื่องที่บอกว่ารัก.ก. คือฉันสงสัยว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน"คยูฮยอนจะไม่สงสัยได้ยังไงอยู่ดีๆซองมินก็บอกรัก ใครจะไปคิดว่าคนที่ซองมินรักคือตัวเอง
    "คยูฮยอนไม่รู้หรอกฮะ ไม่เคยรู้ว่าผมแอบมองคยูฮยอนมานานแค่ไหน ทุกวันผมจะไปนั่งที่ร้านเบเกอร์รี่นั้น เพื่อจะได้เห็นคยูฮยอนเดินกลับบ้านทุกวัน คยูฮยอนไม่รู้หรอกว่าผมชอบรอยยิ้มตอนคยูฮยอนอยู่กับกระต่ายน้อยพวกนั้นมากแค่ไหน"ว่าไปคนสวยก็ลูบขนกระต่ายตัวน้อยตรงหน้าที่พยายามยื่นหน้ามาคลอเคลียใบหน้าหวาน
    "ฉัน.น..น"คยูฮยอนไม่เคยรู้อย่างซองมินว่าจริงๆ ไม่เคยรู้เลยว่าซองมินน่ะรักตัวเองมานานแค่ไหน เพิ่งมารู้ก็วันนี้น่ะล่ะ
    "แต่เรื่องนั้นก็ช่างมันเถอะฮะ ตอนนี้คยูฮยอนมีผมในสายตาก็พอแล้วใช่มั้ยฮะ"ยิ้มหวานจนตาปิดพร้อมกับคำพูดน่ารักนั้นคยูฮยอนก็อดไม่ได้ที่จะจุมพิตที่เรือนผมสวยของคนตรงหน้าเบาๆ
    "ไม่ได้อยู่แค่ในสายตานะ แต่ตอนนี้ซองมินอยู่ในหัวใจ"
    "คิคิ..จริงเหรอฮะ"
    "จริงสิ วิญญาณตัวยุ่ง"

EnD